นโยบายกำกับดูแลกิจการ

บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) มีเป้าหมายในการเป็นองค์กรธุรกิจชั้นนำที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน และสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกๆกลุ่ม ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว บริษัทจึงมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจโดยยึดแนวทางของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญในส่วนของจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นกรอบที่สะท้อนถึงคุณค่าองค์กร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ มุ่งเน้นให้บุคลากรทุกระดับของบริษัท สามารถนำแนวทางดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละกิจการของบริษัท โดยยึดมั่นในคุณธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริต และปฏิบัติสอดคล้องกับกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัทเชื่อมั่นว่า การกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสำเร็จสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเชื่อมั่นจากสังคมและสะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัท

จรรยาบรรณทางธุรกิจ

บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) มีเป้าหมายในการเป็นองค์กรธุรกิจชั้นนำที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน และสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว บริษัทจึงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นแนวทาง และให้ความสำคัญกับการมีจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจเพื่อเป็นกรอบความประพฤติที่สะท้อนถึงคุณค่าองค์กร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้บุคลากรทุกระดับได้มีการพัฒนาตนเอง สำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนในการปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความถึงพร้อมซึ่งคุณธรรมและจริยธรรม บริษัทเชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสำเร็จสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเชื่อมั่นจากสังคมและสะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ดีของบริษัท จรรยาบรรณและจริยธรรมธุรกิจ ซึ่งได้จัดทำเป็นคู่มือฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติที่ดีและเหมาะสม เพื่อให้ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนของบริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ยึดถือปฏิบัติเพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทสอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ และพันธกิจของบริษัท รวมทั้งบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพงานและคุณภาพชีวิตของพนักงาน จรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกิจ จะได้รับการพิจารณาทบทวนหรือปรับปรุงให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางที่ให้ยึดถือปฏิบัติเป็นไปด้วยความสุจริตเยี่ยงมืออาชีพ และมีมาตรฐานในระดับสูงตลอดไป

ความรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) มีกิจกรรมเพื่อสังคมเฉพาะกิจเพื่อเป็นการส่งเสริมการช่วยเหลือสังคมและสาธารณกุศล และมีการดูแลกิจกรรมเพื่อสังคม พิจารณาอนุมัติและสนับสนุนงบประมาณ หลังจากนั้นพนักงานของบริษัทได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมด้วย โดยตัวอย่างกิจกรรมเพื่อสังคมหลัก ๆ ที่ทางบริษัทได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มีดังต่อไปนี้

กิจกรรม “ราชธานี มอบทุน มอบใจ เพื่อน้อง”

มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บริษัทได้เห็นถึงความสำคัญ และมองเห็นอนาคตของเด็กๆในชุมชน โดยคุณโกวิท รุ่งวัฒนโสภณ กรรมการผู้จัดการ ได้บริจาคเงินเพื่อปรับพื้นบริเวณสนามเด็กเล่นและปรับปรุงภูมิทัศน์ พร้อมทั้งบริจาคเสื้อผ้า และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อเป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิต ให้กับบ้านศรีนครินทร์ (ชุมชนกองขยะหนองแขม) มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และส่งมอบสถานที่ให้กับทาง รศ.ดร.คุณหญิงวงจันทร์ พินัยพิติศาสตร์ (ประธานมูลนิธิฯ)

โครงการ “Cleaning Day”

พุทธมณฑลสาย 4 ในปัจจุบัน ปริมาณขยะ เป็นปัญหาที่มีการสั่งสมมาเป็นเวลานานและต้องได้รับการแก้ไขจากทุก ๆ ฝ่าย  เนื่องจากในชีวิตประจำวันของบุคคลหนึ่ง ๆ ได้สร้างมลพิษทางขยะเป็นจำนวนมาก  ซึ่งปัญหานี้ก็เกิดขึ้นได้ในทุก ๆ สถานที่  ดังนั้นบริษัทจึงเห็นความสำคัญที่จะต้องมีการปลูกจิตสำนึก และเสริมสร้างความรับผิดชอบในผลของพฤติกรรมของตนเอง รวมถึงเสียสละรับผิดชอบในผลของการกระทำของผู้อื่น นำโดยคุณโกวิท รุ่งวัฒนโสภณ กรรมการผู้จัดการ จึงจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชนขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างคุณธรรมที่ดีงามให้เกิดขึ้นในจิตใจของพนักงาน  และเสริมสร้างทักษะ ความรู้ในการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมภายในบริเวณพุทธมณฑลสาย 4 ให้สะอาด ปราศจากขยะ

นโยบายการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งและมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงด้วยอีกฐานะหนึ่ง โดยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีภาระความรับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้ทำหน้าที่ควบคุม ดูแลและกลั่นกรองนโยบายการบริหารความเสี่ยงในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ทั้งในส่วนของความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยงด้านเครดิต ความเสี่ยงด้านการตลาด ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ และความเสี่ยงด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมถึงการจัดหาเครื่องมือหรือมาตรการอื่นๆ ที่ใช้สำหรับวัดและประเมินความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสม เพื่อให้ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจลดลงมาอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และยังรวมถึงการประเมินปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่อาจมีผลกระทบกับธุรกิจของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้มีการพิจารณาทบทวนนโยบายและแนวทางการความบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

คุณสมบัติของกรรมการ
1. มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่หลากหลายช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจของบริษัท แ ละมีความสามารถเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์กับบริษัท มีกรรมการที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารอย่างน้อย 1 คน ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจของบริษัท โดยไม่ได้คำนึงถึงข้อจำกัดเรื่องเพศ
2. ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
3. ไม่เป็นกรรมการในบริษัทที่ประกอบกิจการอันมีสภาพเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ตนหรือประโยชน์ผู้อื่น เว้นแต่จะได้แจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบก่อนที่จะมีการแต่งตั้ง
4. กรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสามารถทำธุรกรรมซึ่งเป็นปกติทางการค้าทั่วไปของบริษัท โดยต้องเป็นธุรกรรมที่เป็นข้อตกลงทางการค้าในลักษณะเดียวกับที่วิญญูชน จะพึงกระทำกับคู่สัญญาทั่วไปในสถานการณ์เดียวกัน ด้วยอำนาจต่อรองทางการค้าที่ปราศจากอิทธิพล ทั้งนี้ ยกเว้นธุรกรรมต้องห้ามที่กฎหมายประกาศหรือคำสั่งของทางการกำหนด

อำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท
1. มอบอำนาจหน้าที่ ให้แก่คณะกรรมการชุดย่อย ฝ่ายจัดการ ผู้บริหาร หรือบุคคลอื่นใดทำการแทนได้ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท
2. อนุมัติวงเงินสินเชื่อต่อกลุ่มลูกค้าที่ผ่านการเห็นชอบจากฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อ ในวงเงินส่วนที่เกินอำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริหาร
3. กิจการทั้งหลายของบริษัทย่อมอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการที่จะกระทำได้ ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้จัดการคนใดคนหนึ่ง หรือกรรมการอื่นร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ที่คณะกรรมการได้มอบหมายไว้ มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการใดๆ แทนบริษัทได้
4. มีอำนาจเชิญฝ่ายจัดการและพนักงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ให้ความเห็น ร่วมประชุมหรือส่งเอกสารตามที่เห็นว่าเกี่ยวข้องจำเป็น

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท
1. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบระมัดระวัง (Duty of care) และซื่อสัตย์สุจริต (Duty of loyalty) เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัท
2. กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ นโยบายภาพรวมที่สำคัญ แผนธุรกิจ เป้าหมายทางการเงินและงบประมาณ โดยกำกับดูแลให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
3. กำกับดูแลให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
4. กำกับดูแลและติดตามการบริหารงานของฝ่ายจัดการให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้รับมอบหมาย เว้นแต่เรื่องดังต่อไปนี้ ซึ่งคณะกรรมการต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อนการดำเนินการ ได้แก่ เรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น เช่น การเพิ่มทุน ลดทุน การออกหุ้นกู้ การซื้อขายหรือโอนกิจการของบริษัท หรือการรับโอนกิจการหรือการรวมกิจการกับบุคคลอื่น การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับและการจ่ายบำเหน็จกรรมการ เป็นต้น
5. กำกับดูแลให้มีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม เปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง โปร่งใส และทันเวลา
6. จัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน และแสดงไว้คู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีครอบคลุมเรื่องสำคัญตามข้อพึงปฏิบัติสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ารายงานทางการเงินของบริษัทมีความถูกต้อง ครบถ้วน และเชื่อถือได้ ทั้งนี้บริษัทได้ปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชี โดยใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสม และถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ
7. พิจารณาแต่งตั้งกรรมการชุดย่อยต่างๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควร
8. สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดมูลค่าแก่ธุรกิจ โดยคำนึงถึงการสร้างคุณประโยชน์หรือผลกระทบต่อลูกค้า หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

วาระการดำรงตำแหน่ง
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการไว้อย่างชัดเจนในข้อบังคับของบริษัท และนโยบายการกำกับดูแลกิจการ โดยในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทุกครั้งให้กรรมการ 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการขณะนั้นพ้นจากตำแหน่ง ถ้าจำนวนกรรมการที่จะพ้นจากตำแหน่งไม่อาจแบ่งได้พอดี 1 ใน 3 ก็ให้ใช้จำนวนที่ใกล้เคียงกันแต่ไม่เกิน 1 ใน 3

บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ
1. รายงานทางการเงิน
– สอบทานรายงานทางการเงิน และพิจารณาความครบถ้วนของข้อมูลที่คณะกรรมการตรวจสอบรับทราบ และประเมินความเหมาะสมของหลักการบัญชีที่ใช้ในรายงานทางการเงิน
– สอบทานประเด็นเกี่ยวกับการบัญชีและรายงานทางการเงินที่มีสาระสำคัญ รวมทั้งรายการที่มีความซับซ้อนหรือผิดปกติ และรายการที่ต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสิน
– สอบถามฝ่ายจัดการและผู้สอบบัญชี เกี่ยวกับผลการตรวจสอบ ความเสี่ยงที่สำคัญเกี่ยวกับรายงานทางการเงิน และแผนการที่จะลดความเสี่ยงดังกล่าว
– สอบทานประสิทธิภาพการควบคุมภายในเกี่ยวกับกระบวนการในการจัดทำงบการเงิน
2. การควบคุมภายใน
– สอบทานว่า ฝ่ายจัดการได้กำหนดให้มีการควบคุมภายในซึ่งรวมถึงการควบคุมภายในในส่วนของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม และแนวทางในการสื่อสารความสำคัญของการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งบริษัทรวมถึงมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น
– สอบทานเพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการควบคุมภายในที่ผู้ตรวจสอบภายในและผู้สอบบัญชีเสนอนั้นฝ่ายจัดการได้นำไปปรับปรุงแก้ไขแล้ว
3. การตรวจสอบภายใน
– สอบทานและอนุมัติกฎบัตรการตรวจสอบภายใน แผนงานประจำปี ตลอดจนบุคลากรและทรัพยากรที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน
– สอบทานกิจกรรมและการปฏิบัติงานของงานตรวจสอบภายในเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ตรวจสอบภายในสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเป็นอิสระ
– สอบทานประสิทธิผลของการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในว่าได้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจสอบภายใน
4. การกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance)
– พิจารณาการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องรวมถึงการเปลี่ยนแปลง ที่นำเสนอโดยฝ่ายจัดการอย่างสม่ำเสมอ
– พิจารณาการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการต่อต้านการคอร์รัปชั่นอย่างสม่ำเสมอ
– สอบทานข้อตรวจพบหรือข้อสังเกตของหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลโดยผู้ตรวจสอบภายใน และผลการติดตามการแก้ไข รวมถึงรายงานให้แก่คณะกรรมการบริษัท
– สอบทานประสิทธิผลของระบบในการติดตามการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และผลการติดตามการแก้ไขในกรณีที่ไม่มีการปฏิบัติตามผ่านผู้ตรวจสอบภายใน
5. การบริหารความเสี่ยง
– สอบทานความเพียงพอของการกำกับดูแลนโยบายและหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงของบริษัท
– สอบทานประสิทธิภาพของการบริหารความเสี่ยงของบริษัท และรวมถึงการบริหารความเสี่ยงจากการคอร์รัปชั่น
6. การปฏิบัติตามหลักจริยธรรม จรรยาบรรณผู้บริหารและพนักงาน
– สอบทานให้มั่นใจว่าหลักจริยธรรมธุรกิจ และจรรยาบรรณผู้บริหารและพนักงาน และนโยบายในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้บริหารและพนักงานทุกคนรับทราบและถือปฏิบัติ
– สอบทานให้มั่นใจว่า นโยบายและมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่นที่ได้จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรนั้น ผู้บริหารและพนักงานทุกคนรับทราบและถือปฏิบัติ
– ส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามหลักจริยธรรม จรรยาบรรณ และนโยบายในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์
7. ความรับผิดชอบอื่นๆ
– ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมาย
– สอบทานและประเมินกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และนำเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทเมื่อมีการแก้ไขหรือปรับปรุง โดยมอบหมายให้เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้มีหน้าที่พิจารณาและนำเสนอขอแก้ไขหรือปรับปรุงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
– จัดให้มีการประเมินตนเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และนำเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการบริษัท

บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
1. ด้านการสรรหา
– กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาเพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
– คัดเลือก และเสนอชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งต่างๆ ที่ได้ทำการสรรหาเพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
– ดูแลให้คณะกรรมการในชุดต่างๆ มีขนาดและองค์ประกอบที่เหมาะสมกับองค์กร รวมถึงการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกันกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ จะต้องประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะที่เหมาะสมกับตำแหน่ง
2. ด้านการกำหนดค่าตอบแทน
– กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการกำหนดค่าตอบแทนและผลประโยชน์อื่นของกรรมการริษัท กรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ และกรรมการผู้จัดการ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
– ดูแลให้กรรมการบริษัท กรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ และกรรมการผู้จัดการ ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับหน้าทีและความรับผิดชอบ รวมทั้งสอดคล้องกับผลการปฏิบัติงาน
– กำหนดแนวทางการประเมินผลงานของกรรมการผู้จัดการ เพื่อพิจารณาปรับค่าตอบแทนประจำปี (การปรับเงินเดือน โบนัส และค่าตอบแทนอื่น) และนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
– ทบทวนโครงสร้างค่าตอบแทนและผลประโยชน์อื่นของกรรมการบริษัท กรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ และกรรมการผู้จัดการ ให้เหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับภาวะตลาด
3. ด้านอื่นๆ
– พิจารณาในเรื่องต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบรรษัทภิบาล

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบรรษัทภิบาล
1. กำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท
2. ตรวจสอบและให้คำแนะนำในเรื่องหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท แก่คณะกรรมการบริษัท เพื่อให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตามหลักการที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด
3. พิจารณากลั่นกรองนโยบายการกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัท และปรับปรุงสาระสำคัญในนโยบายดังกล่าว ให้ทันสมัยและมีความเป็นสากลอยู่เสมอ รวมถึงกำหนดแนวทางปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณที่กำหนดไว้เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติต่อไป
4. แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสม
5. ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย