ประวัติความเป็นมาบริษัท

บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2531 ในนาม “บริษัท ราชธานี ลิซซิ่ง จำกัด”ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรกจำนวน 6 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประกอบธุรกิจประเภทการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง ทั้งนี้นับตั้งแต่เปิดดำเนินการมา บริษัทได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อรองรับการเติบโตของบริษัท โดยได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็นจำนวน 36 ล้านบาท ในปีเดียวกับที่บริษัทเปิดดำเนินการ ต่อมาในปี 2535 และปี 2538 บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 56 ล้านบาท และ 168 ล้านบาท ตามลำดับ

ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินกิจการ บริษัทมุ่งเน้นธุรกิจด้านการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง ทั้งประเภทการให้สินเชื่อแก่ผู้ซื้อรถยนต์รายย่อยโดยผ่านผู้จำหน่ายรถยนต์มือสอง และการให้สินเชื่อแก่ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองเพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการจัดซื้อรถยนต์มาเพื่อจำหน่ายหรือที่เรียกว่าการให้สินเชื่อแบบ Floor Plan ซึ่งการให้สินเชื่อทั้งสองประเภทของบริษัทในอดีตมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ยกเลิกการให้บริการสินเชื่อแบบ Floor Plan นับตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา และมุ่งเน้นเฉพาะการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองแก่ผู้ซื้อรถยนต์รายย่อย แต่ในปี 2547 และ 2548 บริษัทได้ให้สินเชื่อแบบ Floor Plan แก่ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองจำนวนทั้งสิ้น2 ราย และ 4 ราย ตามลำดับ เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการจัดซื้อรถยนต์อีกครั้ง โดยให้สินเชื่อแก่ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองในวงเงินไม่เกิน 7.00 ล้านบาทต่อราย และมีระยะเวลาในการให้สินเชื่อ 3 – 6 เดือนต่อรายการ โดยมีสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ และชุดโอนเป็นหลักประกัน อย่างไรก็ดี ในปี 2549 บริษัทได้ยกเลิกและไม่มีนโยบายในการปล่อยสินเชื่อแบบ Floor Plan อีกต่อไปเนื่องจากการให้สินเชื่อดังกล่าวในปีที่ผ่านมานั้นเป็นกลไกของการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด (market share) และขยายการตลาดมากกว่ามุ่งทำเพื่อเป็นธุรกิจ หรือเพื่อมุ่งหวังรายได้ที่เกิดขึ้น

พัฒนาการที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา

2545

บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)” เมื่อเดือนสิงหาคม และได้รับอนุญาตให้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2545

2549

หลังจากธนาคารนครหลวงไทยจำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาถือหุ้นกับบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 39.76 ของทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วนั้น ได้แต่งตั้งตัวแทน ธนาคารนครหลวงไทยเข้าเป็นกรรมการในบริษัท ตามสัดส่วนภายหลังการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ดังกล่าว จำนวน 4 ท่าน

2548

วันที่ 12 เมษายน 2548 บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ครั้งใหญ่ โดยได้มีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่คือ กลุ่มพงษ์จตุรา เข้าถือหุ้นบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 20.61 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วซึ่งเท่ากับ 401,098,495 บาท อย่างไรก็ดี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารและไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท

2549

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2549 คณะกรรมการบริษัทได้มีมติจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำนวน 150,000,000 หุ้น พร้อมใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำนวน 75,000,000 หน่วย เพื่อเสนอขายให้แก่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) (“ธ.นครหลวงไทย”)

2553

หลังจากธนาคาร ธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้ซื้อหุ้นสามัญของธนาคาร นครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) จากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ส่งผลให้ธนาคาร ธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทนธนาคาร นครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีหุ้นบริษัทร้อยละ 48.35 ของทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว

2554

บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อรองรับการจัดสรรหุ้นปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเดิม จากทุนจดทะเบียนเดิม 904,853,296 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 1,342,349,708 บาท ซึ่งเป็นการเพิ่มทุนโดยเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ส่งผลให้ธนาคาร ธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท โดยถือหุ้นเป็นจำนวน 874,973,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 65.18 ของทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว

วิสัยทัศน์ (Vision)

เป็นผู้นำในการให้บริการสินเชื่อประเภทรถเพื่อการพาณิชย์และรถเฉพาะกิจอื่น ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า ได้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ

พันธกิจ (Mission)

พันธกิจต่อผู้ถือหุ้น

ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส อย่างมีประสิทธิภาพ มีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้ได้ผลการดำเนินงานและผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องแก่ผู้ถือหุ้น

พันธกิจต่อพนักงาน

มุ่งมั่นพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ เพื่อให้มีความเป็นมืออาชีพ โดยดำรงไว้ซึ่งความซื่อสัตย์มีจรรยาบรรณในอาชีพ โดยบริษัทให้ผลตอบแทนในระดับที่เหมาะสม เพื่อรักษาพนักงานที่ดีมีคุณภาพไว้กับบริษัท

พันธกิจต่อคู่ค้า

สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ความเชื่อมั่น การให้บริการที่รวดเร็วกับคู่ค้า ให้ผลต่างตอบแทนในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมเพื่อสร้างประสิทธิภาพการร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว

พันธกิจต่อลูกค้า

พัฒนาสู่การให้บริการที่เป็นเลิศอย่างแม่นยำรวดเร็ว เสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยสร้างความพีงพอใจสูงสุด

พันธกิจต่อสังคม

บริษัทยึดมั่นการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และต่อต้านการคอร์รัปชั่น  มีหลักการ วินัย ตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบแทนสังคมและร่วมพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ค่านิยมขององค์กร (Core Values)

เพื่อให้องค์กรบรรลุพันธกิจและวิสัยทัศน์ ด้วยวิธีการที่เหมาะสมอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับกลุ่มธนชาต บริษัทจึงได้กำหนดค่านิยมขององค์กร “C3 SIP  (ซี สามสิบ)” เพื่อให้พนักงานทุกคนของบริษัทได้เข้าใจและนำไปปฏิบัติ ค่านิยมขององค์กร คือ ความเชื่อและความมุ่งมั่นของพนักงานแต่ละคน ซึ่งแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมในระหว่างการปฏิบัติงานและการให้บริการลูกค้า ได้แก่

Customer Focus

เราจะให้ความสำคัญต่อความต้องการของลูกค้าและมุ่งเน้นการ ให้บริการที่ตอบสนองต่อความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า

Collaboration

เราจะร่วมมือร่วมใจทำงานกันเป็นทีม

Commitment

เราจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จตามเป้าหมาย และรับผิดชอบต่อผลงาน

Spirit

เราจะมุ่งมั่น ทุ่มเท ในการทำงาน

Integrity

เราจะยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และต่อต้านการคอร์รัปชั่น

Professional

เราจะต้องมีความรู้ ทักษะ และความสามารถที่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่

คณะกรรมการบริษัท

นายวิรัตน์ ชินประพินพร

ประธานกรรมการบริษัท

นายโกวิท รุ่งวัฒนโสภณ

ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ

นายเจริญสุข กิจอิทธิ

กรรมการ

นายอนุวัติร์ เหลืองทวีกุล

กรรมการ

นายประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ

กรรมการ

นายวุฒิชัย สุระรัตน์ชัย

กรรมการ

นายอนุชาติ ดีประเสริฐ

กรรมการ

ดร. ถกล นันธิราภากร

กรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ

นายสุรพล สติมานนท์

กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ

นายวราวุธ วราภรณ์

กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ

นายสุวิทย์ อรุณานนท์ชัย

กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ

ผศ.แน่งน้อย ใจอ่อนน้อม

กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ

ผู้บริหารของบริษัท

รายชื่อ ตำแหน่ง
1 นายวิรัตน์ ชินประพินพร ประธานกรรมการ
2 นายโกวิท รุ่งวัฒนโสภณ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ
3 นายคมสันต์ บุญย้อยหยัด รองกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด
4 นายบุญชู วงศ์ภักดี รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน
5 นายสุดชัย วิริยะลัพภะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานการเงิน
6 นายพลพีร์ ศักยภาพวิชานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานตรวจสอบและติดตาม

ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์

บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

77/35 – 36 ชั้น 11 UP อาคารสินสาธรทาวเวอร์ ถนนกรุงธนบุรี แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพ 10600 โทร. 02-431-9000 โทรสาร. 02-431-9099 Email : irthani@thani.co.th